DO YOU BELIEVE IN “KARMA”

by Chris Craker

5
4
3
2
1
ACTION!

Are you religious ?
What do you believe in?

คุณเชื่อในศาสนาหรือเปล่า?
คุณมีความเชื่ออื่นๆมั้ย?

I was brought up in a Roman Catholic ‘boys only’ school in the UK, and as part of a very devout ’Christian’ family, but

ผมเติบโตขึ้นในครอบครัวชาวคริสต์ที่เคร่งครัด และเรียนในโรงเรียนชายล้วน นิกายโรมันแคทธอลิก ในอังกฤษ

and that all the other religions must be wrong! So I started exploring the ideologies and teachings of other religions. Quickly, I naturally gravitated to Buddhism, initially having read the book Siddhartha by Herman Hesse when I was 16, which tracked the spiritual journey of a young man named ‘Siddhartha’.

แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องมีพระเจ้าเพียงแค่พระองค์เดียว หรือศาสนาอื่นนั้นไม่ถูกต้อง
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อและคำสอนของศาสนาอื่น ๆ ทำให้ผมสนใจในศาสนาพุทธมากขึ้น และเมื่อตอนอายุ 16 ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เรื่อง ‘สิทธัตถะ’ เขียนโดย เฮอร์มานน์ เฮสเส

It really really inspired me and I learned so much from this book. These days, I don’t go to church or to a Temple, but I remain constantly in touch with my own concept of spirituality, and I try to adopt the very best principles of Buddhism and the very best teachings from Christianity, Humanism and any other places from which I’ve been so grateful to learn.

เนื้อเรื่องเล่าถึงการเดินทางเพื่อค้นหาความหมายและจิตวิญญาณของชายหนุ่มนามว่า สิทธัตถะ ซึ่งผมได้แรงบันดาลใจและความรู้อย่างมากจากหนังสืมเล่มนี้ ณ ปัจจุบัน ผมไม่ได้เข้าวัดหรือโบสถ์ แต่ผมเลือกที่จะทำความเข้าใจ และนำหลักคำสอนของศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ หลักมนุษยธรรม และประสบการณ์ต่าง ๆ สุดท้ายหล่อหลอมเป็นความเชื่อของผม

What I found, was that the core beliefs from each brand of religion, actually all feel much the same and there are so many natural points of intersection.

ซึ่งผมได้ค้นพบว่า…แก่นหลักของความเชื่อในทุกศาสนา นั้นจริง ๆ แล้วคล้ายกันมากและมักจะมีจุดที่คาบเกียวกันอยู่

คุณเชื่อในเรื่องเวรกรรมมั้ย?
คำว่าเวรกรรมมีความหมายอะไรสำหรับคุณ?

Yes, I believe in Karma !

“ผมเชื่อในเรื่องของเวรกรรมครับ!”
คริส กล่าว

I even called my studio complex here in Thailand, ‘Karma’, because I felt that by putting everything I had (with all my heart and soul) into the build of that business, then great things would ensue. It’s proved to be the case: so much amazing music has been made at Karma, the spirit of the place is truly special, and we attract amazing people here.

สตูดิโอของผมในไทยก็ชื่อ ‘คาร์มาร์ (Karma : กรรม)’ สำหรับผมแล้ว…การทุ่มเททุกอย่าง ทั้งความตั้งใจและจิตวิญญาณ ลงไปในการทำธุรกิจ ผลลัพธ์มักจะออกมาดีเสมอ! เห็นได้จากการที่สตูดิโอคาร์มาร์นั้น สร้างสรรค์เพลงดี ๆ ออกมา มันทำให้เราดึงดูดคนที่มีศักยภาพมากมาที่สตูดิโอของเรา

I don’t think there’s any particularly mystical “magic” around Karma, but the premise of “do you as you would be done by” and “you reap what you sow” always results in good things happening when one has been acted honourably and run one’s life according to the best intentioned principles.

ผมไม่คิดว่าสตูดิโอคาร์มาร์นั้นมีเวทมนต์อะไร แต่ผมเชื่อในหลักการที่ว่า ‘จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนอย่างที่พวกท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน’ และ ‘ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว’ เมื่อเราคิดดี สิ่งดี ๆ มักจะเกิดขึ้นเสมอ

What’s the Karma you have experienced that you have learned from it?

คุณเคยพบเจอหรือเรียนรู้อะไรบ้าง
จากเรื่องของเวรกรรม ?

I would say that whenever I act with a completely true heart and with the very very best of intentions

ผมคิดว่า…ทุกครั้งที่ผมทุ่มเททำอะไรอย่างสุดหัวใจ และทำด้วยความหวังดีอย่างที่สุด
(ซึ่งผมพยายามทำแบบนั้นอยู่ตลอด แต่บางครั้งก็ไม่เป็นอย่างใจคิด)

things go perfectly well, and good outcomes ensue – not always exactly what I expected, but something super positive always transpires!

สิ่งดี ๆ มักจะเกิดขึ้นและผลลัพธ์มักจะออกมาอย่างราบรื่น ถึงแม้มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่ผมคาดหวังซะทีเดียว

Does your belief influence your way of working?

ความเชื่อของคุณมีอิทธิพลกับการทำงานของคุณมั้ย?

Of course. In so much that I now make it my business to collaborate with people in whom I trust, whom I feel at ease with and who have truly aligned intentions as myself. And, by following that route, one is able to enter into any project with pure intentions and get the best outcomes.

แน่นอนครับ!
ความเชื่อของผมมีอิทธิพลกับการทำงานของผมมากซะจนผมเลือกที่จะทำงานกับคนที่ผมเชื่อใจหรือคนที่ผมทำงานด้วยแล้วสบายใจและคนที่มีความตั้งใจจริง ๆ แบบเดียวกับผมเท่านั้น

การที่ผมยึดมั่นตามคติประจำใจของผมเช่นนี้ ทำให้ผลลัพธ์ของงานที่ออกมาดีเสมอ



Now that we are facing one of the most damaging epidemics, do you think that Covid is the Karma we all have done together?

คุณคิดว่า สถานการณ์การระบาดของ Covid 19
ที่เราเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ เป็นผลของกรรมที่พวกเราทุกคนทำร่วมกันหรือเปล่า?

Well… I truly believe the world has got what it deserves in terms of political leaders – the majority (in democratic nations) elected those that are in power, and often didn’t give the matter enough thought or studied exactly what they were voting for – and consequently, we have many political leaders around the world who are either morally bankrupt, narcissists, or highly corrupt. Therefore, we, as a race, got what we deserved and that could well be called Karma.

ในแง่ของผู้นำทางการเมืองแล้ว ผมเชื่อว่าโลกของเรานั้น ควรได้รับสิ่งที่เหมาะสม
ประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่ การที่เลือกผู้นำที่มีอำนาจ แต่เราไม่ได้ตรึกตรองหรือศึกษาก่อนว่าที่เราต้องการเลือกผู้นำคนนั้น ๆ  เราต้องการเขาในด้านใดกันแน่ และท้ายที่สุดแล้ว…มักได้ผู้นำที่ไร้ศีลธรรม หลงตัวเอง และการคอร์รัปชั่น นั่นคือสิ่งที่มนุษย์เราสมควรได้รับผลแห่งกรรม

As for Covid, I feel it’s a virulent virus that needs to be dealt with carefully and with ‘respect’ – too many people are showing a cavalier, uncaring approach to the severity of the problem. And thus, a fitting result will ensue – and, again, that may be deemed Karma…

ส่วนสถานการณ์โควิดนั้น ผมรู้สึกว่ามันคือไวรัสที่ร้ายแรง ซึ่งต้องมีการรับมืออย่างระมัดระวังและให้เอาใจใส่ หลายคนเลือกที่จะแสดงออกอย่างฟุ้งเฟ้อ และไม่ได้ใส่ใจที่แก้ปัญหาจริงจัง สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดิมโดยขาดการแก้ไขอย่างถูกจุด

How long have you have you been running the studio and who have you been working with?

คุณเปิดสตูดิโอมานานแค่ไหน และมีใครบ้างที่ทำงานร่วมกับคุณ?

We built the studio complex, known as Karma Studios in Bang Saray, back in 2008 and have been operating for about eleven years. Initially we started working with pretty famous bands from the UK like Jamiroquai, Bullet For My Valentine, Enter Shikari and Young Guns,

ในปี 2008 เราเปิดสตูดิโอคาร์มาร์ที่ตำบลบางเสร่ นับจากตอนนั้นก็เป็นเวลา 11 ปีแล้วครับ ในตอนแรกเราทำงานร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียงจากอังกฤษ เช่น Jamiroquai, Bullet For My Valentine, Enter Shikari และ Young Guns

but then moved into a phase of working with the top Thai acts including Bodyslam, Big Ass, Sek Loso, Palmy, Tata Young, Labanoon, Potato, Two Popetorn, Da Endorphine, Slot Machine, Tor Saksit, Valentina Ploy, Zom Marie, Tilly Birds, Daniel Ryn, My Life As Ali Thomas, Koh Saxman, O Sepia, Montonn Jira, The Olarn Project, Infinity, Young Ohm, Thaitanium, Da Boy Way, Illslick, Silvy, PYRA, Myra and Lyra and many many more!

หลังจากนั้นพวกเราจึงเริ่มที่จะทำงานร่วมกับศิลปินไทยที่มีชื่อเสียง เช่น  Bodyslam, Big Ass, Sek Loso, Palmy, Tata Young, Labanoon, Potato, Two Popetorn, Da Endorphine, Slot Machine, Tor Saksit, Valentina Ploy, Zom Marie, Tilly Birds, Daniel Ryn, My Life As Ali Thomas, Koh Saxman, O Sepia, Montonn Jira, The Olarn Project, Infinity, Young Ohm, Thaitanium, Da Boy Way, Illslick, Silvy, PYRA, Myra and Lyra และอื่น ๆ อีกมากมาย!

we have had visitors from literally over the world who include Jimmy Page, Jessie J, a number of the very top Chinese pop acts including Jolin Tsai, as well the biggest hip hop acts from France (IAM), Germany (SIDO) and more recently, Sticky Fingers and You Me At Six + we’ve been doing all of my personal film work for Hans Zimmer and other major Hollywood composers – including working on such movies as Interstellar, The Little Prince and Mulan, for example.

นอกจากนี้เรามีโอกาสทำงานกับศิลปินทั่วโลก เช่น Jimmy Page, Jessie J, ศิลปินชาวจีนที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่งร่วมถึง Jolin Tsai, ศิลปินฮิปฮอปจากฝรั่งเศส (IAM), เยอรมัน (SIDO) และเมื่อเร็วๆนี้ Sticky Fingers และ You Me At Six + เราได้ทำงานส่วนตัวของผม ในภาพยนต์ให้กับ Hans Zimmer และนักประพันธ์เพลงดังๆของฮอลลิวู้ดเช่น Interstellar, เจ้าชายน้อย และ มู่หลาน

It’s a really very broad diet of music and styles and we love every single one! And, during lockdown, my rather talented son, Richard, flew in from LA to be here in Thailand during the pandemic, and carried on his work with many acts from the USA and now is working with many of the top Thai acts too!

ผลหลงใหลในความหลากหลายทางดนตรีทุกแขนง ระหว่างช่วงลอคดาวน์ ริชาร์ดลูกชายที่มีความสามารถของผมได้บินจากแอลเอมาที่ไทย ซึ่งริชาร์ดได้นำผลงานจำนวนมากมาจากที่อเมริกาและตอนนี้ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงเช่นกัน!

Why did you decide to relocate yourself to such a remote place, Thailand,
when the centre of music industry is not here?
How does this affect the working quality?

อะไรทำให้คุณเลือกที่จะย้ายมาที่ประเทศไทยซึ่งไกลจากบ้านเกิดของคุณ ในเมื่อที่นี่ไม่ใช่จุดศูนย์กลางของแวดวงดนตรี?
เรื่องนี้มีผลอะไรกับคุณภาพผลงานของคุณมั้ย?

I had made number of records in Thailand over a period of some fifteen years prior to deciding to set up a studio complex here in Thailand. That all started with a long standing relationship with Mom Luang Usni Pramoj and The Royal Bangkok Symphony Orchestra, who invited me to make recordings of His Majesty King Bumiphol Adulayej’s music – truly the greatest honour I could veer have been bestowed.

ในช่วงเวลา 15 ปีก่อนที่ผมจะก่อตั้งสตูดิโอ ผมได้อัดเพลงจำนวนมากที่ประเทศไทย ทุกอย่างเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ยืนยาวที่ผมกับ หม่อมหลวง อัศนี ปราโมชและมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ภายหลังผมได้รับเชิญในการมีส่วนร่วมในการทำเพลงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)โอกาสครั้งนี้เป็นเกียรติขั้นสูงสุดที่ผมได้รับและนั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมได้ทำงานในแวดวงดนตรีของไทย

That all led to me falling involve with Thailand: the people, and the beauty of this Kingdom. I made numerous strong relationships with music industry executives and artists and bands and, when I finally got to the point of ‘having had enough of the scene in London and New York’, I decided to return to my roots, to make music in a studio, and had the plan to build one of my own.

ร่วมถึงได้เห็นความดีงามด้านอื่นๆของประเทศไทย ผมได้สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับศิลปินและผู้คนในแวดวงการดนตรีของไทย หลังจากที่รู้สึกว่าผมอิ่มตัวแล้วจากแวดวงดนตรีที่ลอนดอนและนิวยอร์ก ผมตัดสินใจที่จะทำตามแผนเดิมของผมที่จะสร้างสตูดิโอของตัวเอง ผมอยากที่จะอยู่ที่ๆมีความสวยงาม สงบ ห่างไกลผู้คน ที่ๆเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

And here we are in Bang Saray. I am still absolutely in touch with the nerve centres of the music business – LA, London, NY, Berlin, Japan – everyone is just a ZOOM call away.

ซึ่งผมเลือกตำบลบางเสร่เป็นที่ตั้งต้น แต่ผมยังติดต่อศูนย์กลางของดนตรีผ่านซูมอยู่เรื่อย ๆ ที่หัวเมืองใหญ่ๆเช่น แอลเอ ลอนดอน นิวยอร์ก เบอร์ลิน ญี่ปุ่น

What was the first big movie you made a score for and what was the most famous movie you made the score for?

หนังฟอร์มยักษ์เรื่องไหนคือเรื่องแรกที่คุณได้ทำงานด้วย
และหนังที่ประสบความสำเร็จเรื่องไหนคือเรื่องแรก ?

I was lucky to be involved in many big Hollywood movies as a clarinettist when I was working with the London Symphony Orchestra doing film sessions at Abbey Road Studios.

ผมโชคดีมาก ที่ได้ทำงานร่วมกับหนังฟอร์มยักษ์จำนวนมากจากฮอลลิวู้ด ผมทำงานในบทบาทของนักแคลริเน็ตตอนที่ผมยังทำงานร่วมกับ วงออเครสตร้าของลอนดอนในการสร้างผลงานตรงถนนแอบบี้

The bigger ones at that time included Star Wars ‘The Phantom Menace’, Honey I Shrunk The Kids and Willow from the mid 80s. More recently I have been involved in Da Vinci Code, The Little Prince, A Cure For Wellness, Disney’s Mulan (last year) and, my favourite movie experience of all time (so far!), with Chris Nolan and Hans Zimmer – INTERSTELLAR.

ในตอนนั้นหนังที่ผมได้มีโอกาสร่วมทำงานด้วย เช่น Star war ‘The phantom Menace’, Honey I Shrunk The Kids และ Willow จากยุค 80s ส่วนหนังที่ออกมาเมื่อเร็วๆนี้จะมี Da Vinci Code, เจ้าชายน้อย, A Cure For Wellness, มู่หลาน (ปีที่แล้ว) และประสบการณ์ที่ผมชื่นชอบมากที่สุดที่ผ่านมาคือ INTERSTELLAR

And this is a score I consider to be one of the finest to have been written in the last twenty years. So it was an honour to be a part of that amazing project and produce the score, while spending the best part of a year with two of the biggest talents in the industry.

ผมได้ทำงานร่วมกับทั้ง Chris Nolan และ Hans Zimmer สำหรับผมแล้วนี้คือผลงานที่ผมรู้สึกประพันธ์ได้ดีที่สุดในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานร่วมกับคนสองคนที่เก่งมากในวงการนี้และที่ได้เป็นส่วนนึงของโปรเจคที่วิเศษมาก



Any underrated music album/movie score that should be put in the light?

เพลงอัลบัมไหน หรือเพลงประกอบภาพยนต์จากหนังเรื่องไหนที่คุณคิดว่าถูกมองข้ามและควรได้รับความสนใจมากกว่านี้?

What a great question… yes! One that I was involved with is the score for the horror movie A Cure For Wellness, Directed by Gore Verbinski (who directed The Ring and, paradoxically, Pirates of the Caribbean!).

“เป็นคำถามที่ดีมากครับ ” คริสกล่าว
เพลงประกอบแรกมาจากหนังแนวสยองขวัญชื่อ A cure for wellness กำกับโดย Gore Verbinski (ผู้กำกับ The ring, Paradoxically, Pirates of the Caribbean!)

The score is by one of Hans Zimmer’s protege’s Benjamin Wallfisch, who I have also mentored from when he was a teenager, and more recently had the good fortune to produce filmscores for in more recent years. He is THE shining light in Hollywood right now.

เพลงประกอบภาพยนต์เรื่องนี้ประพันธ์โดย Benjamin Wallfisch ผู้ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ Hans Zimmer ผมเคยเค้าสอนเช่นกันสมัยเบนจามินยังเป็นวัยรุ่น เบนจามินมีโอกาสทำงานร่วมกับภาพยนต์ใหญ่ๆของฮอลลิวู้ดมากมาย เค้าคือดาวรุ่งของวงการดนตรีประกอบภาพยนต์ของฮอลลิวู้ด

Also, I love the score to Schindler’s List by John Williams, who is absolutely on of the greatest composers of film, of all time. But do check out the compositions of Olafur Arnalds in a TV mini series Defending Jacob (2020) but his album “Island Songs” could easily be sync’d to a movie one of these days.

นอกจากนั้นผมยังชื่นชอบ Schindler’s list ประพันธ์โดย John Williams ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในนักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของยุค อีกเรื่องที่ผมอยากให้ทุกคนลองฟังดูคือบทเพลงประกอบของ Olafur Arnalds จากมินิซีรีย์ Defending Jacob (2020) อัลบัม “Island Songs” สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลายๆภาพยนต์เช่นกัน

What’s the force/thing that keep you active and happy to work everyday?

อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขกับการทำงานในทุกวัน?

Creating Opportunity for people is my thing! I still get a massive kick out of opening up doors for people and guiding them to success.

การสร้างโอกาสคือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขครับ  ผมชอบที่จะช่วยเหลือผู้คนให้พวกเขาประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้

I also have an obsessive passion for music and feel more comfortable just listening to music than talking with people….

นอกจากนี้ผมหลงใหลในบทเพลงและรู้สึกสบายใจที่จะนั่งฟังเพลงมากกว่าคุยกับผู้คน

What is the next step for your studio
and what’s the next step for you?

ก้าวต่อไปสำหรับสตูดิโอของคุณ และ สำหรับตัวคฺณเองคืออะไร?

Right now, we are planning a grand scale refurbishment of the studio and transitioning it from being THE best studio in SE Asia for recording bands, to THE best studio complex for songwriters, producers and those who are composing for TV and film.

ณ ตอนนี้เรากำลังวางแผนที่จะขยายสตูดิโอของเราครับและเราได้เพิ่มเป้าหมายจากสตูดิโออัดเพลงที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นสตูดิโอที่ดีที่สุดสำหรับ นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และทุกๆคนที่แต่งเพลงสำหรับทีวีและภาพยนต์

So many bands now are making their records on a low budget and using simple home recording technology (which is perfectly fit for purpose), that we see our niche in 2021, and on, being one of providing the very best inspirational conditions and technical set up for today’s Hit Writers and Film and TV score composers.

มีหลายวงมากที่เริ่มสร้างสรรค์เพลงแบบต้นทฺนต่ำที่บ้านโดยใช้อุปกรณ์ง่ายๆ (เหมาะมากกับสถานการณ์นี้) พวกเราเล็งเห็นโอกาสนี้ในปี 2021 และต้องการที่จะเป็นผู้ให้บริการที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับบรรดานักแต่งเพลงประกอบภาพยนต์

So there’s a massive change over of equipment and lay out happening, literally as we speak. I am moving very much into working with artists and overseeing and writing for film and TV: we have a lot of Netflix work in the pipeline and opportunities are opening up all the time for me in India as well as via the usual contacts in LA and London.

นั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์ใหม่ๆและผังใหม่ๆ ส่วนตัวผมตอนนี้ผมทำงานร่วมกับศิลปินจากต่างประเทศและเขียนเพลงประกอบภาพยนต์ซะส่วนใหญ่ ปัจจฺบันเรามีงานที่ทำรวมกับ Netflix และมีโอกาสทำงานร่วมกับศิลปินจากอินเดีย แอลเอและลอนดอนเช่นเดิม

What’s the inspiration behind Continuum music?
What do you like to express/communicate?

เบื้องหลังของแรงบันดาลใจที่คุณแต่งเพลงใน The Continuum คืออะไร? อะไรคือสิ่งที่คุณพยายามสื่อถึง?

We decided to start creating tracks for The Continuum that would reflect the cool images and aesthetic of the brand and it’s products, by way of adding an aural sensory experience to being connected with the brand.

เราตัดสินใจที่จะแต่งเพลงที่สื่อถึง Continuum โดยเน้นไปที่ภาพลักษณ์ที่ดูเท่ของแบรนด์เป็นหลัก ความสวยงามในตัวของแบรนด์และสินค้าเป็นอีกสิ่งนึงที่เราพยายามสื่อออกมา โดยการเพิ่มประสาทสัมผัสด้านการฟังให้แบรนด์

So we are entering into a phase of composing songs and instrumental music that’s chilled, stylish and surprising! We’ll be building out playlists so people can go to Spotify and get a musical Continuum experience.

ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่แต่งเพลง และใช้เครื่องดนตรีที่มีความสบาย ๆ มีสไตล์แปลกใหม่ และเซอร์ไพรส์! เราจะสร้างสรรค์เพลย์ลิสไว้ในสปอร์ติฟายเพื่อที่ทุกๆคนจะได้เข้าไปเลือกฟังได้

Is there any psychology used when you produce music? What/how?

มีหลักจิตวิทยาที่คุณใช้เวลาแต่งเพลงมั้ย? ถ้ามีช่วยอธิบายเพิ่มได้มั้ยว่าคืออะไร?

This is very BIG question and one that has required a life study of the topic! But I will keep the answer contextual. Producing music relies on there being exactly the right chemistry between songwriter, composer, artists and the technical team.

นี่เป็นคำถามที่สำคัญมากและคำตอบคือสิ่งที่ต้องใช้เวลาศึกษาทั้งชีวิต! ” คริสกล่าว
การสร้างสรรค์เพลงนั้นต้องพึ่งพาเคมีที่ลงตัวของนักแต่งเพลง นักแต่งทำนอง ศิลปิน และทีมเทคนิค

If the vibe isn’t right, or people aren’t at ease and inspired, then great music will not follow. So…. The Producer has to be super sensitive and attuned to the mood, character, needs and psyche of each person in the team and ALL are equally important.

ถ้าบรรยกาศของการทำงานไม่ราบรื่นหรือไม่ผ่อนคลาย การแต่งเพลงจะเป็นเรื่องยากมาก เพราะฉะนั้นโปรดิวเซอร์จะต้องละเอียดอ่อนมากและคอยสังเกตอารมณ์ของทุกคน รวมถึงลักษณะเฉพาะของคนในทีม ทุกอย่างที่กล่าวมานี้สำคัญมาก

One might think that an Engineer or an Assistant Engineer implies taking a lesser role in the process than the main Artist, but, if that engineer isn’t happy, or is distracted and playing on their phone all the time, it kills the energy in the room and affects that which is being created. So I see my role as one of

บางครั้งเราอาจจะคิดว่าวิศวกรหรือผู้ช่วยวิศวกรนั้นมีบทบาทน้อยกว่าศิลปิน แต่จริงๆแล้วถ้าวิศวกรไม่ได้สนใจงานหรือเอาแต่เล่นมือถือตลอดเวลา มันจะทำให้บรรยกาศในห้องนั้นแย่ลงไปเลยเพราะเช่นนั้นผมจริงมองว่าหน้าที่ของผมคือการ “จัดการอารมณ์และบรรยกาศในที่ทำงาน “

and being sure to be attuned to everyone’s wants and needs in the session. For me that’s the fun part of the job, being able to manipulate energy too, and see how that affects the ensuing music….

และคอยสังเกตความต้องการของทุกๆคน คอยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายระหว่างการทำงาน สำหรับผมแล้วนี้เป็นส่วนที่สนุกที่สุดในการทำงาน คฺณสามารถเปลี่ยนอารมณ์และบรรยกาศในที่ทำงานได้ ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ต่างกัน

What’s the difference between Thai music industry and others? Is Thai language the barrier that holds us back?

อะไรคือความแตกต่างระหว่างวงการดนตรีของไทยและที่อื่นๆ?
และภาษาไทยคือกำแพงที่ทำให้เราไม่สามารถออกจากกรอบเดิม ๆ ใช่หรือเปล่า?

The Thai music industry is a complex one! Very few people really understand the business of music as it’s executed in the West, and, historically there has been a lack of respect for copyright and intellectual property. Thus, for decades, many in the industry have felt it OK to copy or ‘borrow’ from famous successful songs from other territories, and claim them as their own.

วงการดนตรีไทยนั้นเป็นนึงในวงการที่ซับซ้อน! น้อยคนนักที่จะเข้าใจวงการนี้จริง ๆ ไม่เหมือนกับวงการทางฝั่งตะวันออกและที่ผ่านมาความเข้าใจของลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญานั้นโดนปล่อยปะละเลยมาตลอด ที่ผ่านมาผู้คนจำนวนมากในวงการคิดว่าการ ‘ยืม’ บางอย่างจากเพลงของศิลปินดังๆแล้วอ้างว่าเป็นผลงานของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

That’s not exclusive to Thailand, but it has been very prevalent over the past thirty years or so. The ways that music business deals are done in Thailand is also unusual : Here, record companies also assume the role of Manager, and so Artists don’t really have an objective mentor to find them the very best deal scenarios, or open up doors as widely as perhaps they could be, and that can hold some people back. And, yes, songs being in the Thai language precludes wider success abroad, usually…

ซึ่งไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยที่เดียวแต่เกิดขึ้นมาโดยตลอด 30 ปีที่ผ่านมา วิธีการทำธุรกิจที่ประเทศไทยนั้นช่างแปลกประหลาดเช่น บริษัทอัดเพลงคิดว่าหน้าที่ของผู้จัดการและศิลปินนั้นไม่ใช่การหาข้อเสนอที่ดีที่สุดให้ตัวพวกเขาเองหรือการที่เปิดโอกาสให้มากที่สุดนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่รั้งพวกเขาไว้เอง ส่วนใหญ่เพลงที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาไทยนั้น ไม่ได้รับการยอมรับมากในต่างประเทศ แต่ในเคสของเพลงเกาหลีพวกเขามองเห็นปัญหานี้และสามารถทำให้ K-Pop ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกได้

Somehow, the Koreans have circumnavigated this issue and K Pop is now mainstream, globally, but it’s taken a while! Maybe that’ll change. But we have some really amazing talents here in Thailand and we love to work with them all at Karma – we’ve had the privilege to collaborate with so so many of the very best and some of the most exciting young acts, too.

บางที…นั่นอาจจะเปลี่ยนไปซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลา! ที่ไทยเรามีศิลปินที่มีพรสวรรค์หลายคนและที่สตูดิโอคาร์มาร์ เรายินดีที่จะทำงานร่วมกับพวกเขา เราได้รับสิทธ์ิพิเศษในการร่วมงานกับศิลปินรุ่นใหม่ ๆ เช่นกัน

Who is your most favourite Thai artist?
and why ?

ใครคือศิลปินไทยที่คุณชื่นชอบที่สุด? และทำไม?

Well…. there are SO many, but, right now, I have a few special favourites. We’re having a lot of fun working with PYRA for Warner Music Group, Valentina Ploy from What The Duck, and a new act on the scene called SILVY, who is signed to our Karma X initiative, along with another young guy called Daniel Ryn, who was formerly the front man for the inde band Penny Time.

อันที่จริงผมชื่นชอบศิลปินหลายคนแต่ณปัจจุบันผมมีบางคนที่ผมชอบมากเป็นพิเศษ เรามีความสุขมากในการทำงานร่วมกับ PYRA จาก Warner Music group Valentina Ploy จาก What the Duck, และศิลปินใหม่นามว่า SILVY ซึ่งได้เซ็นสัญญากับทางสตูดิโอ Karma X initiative พร้อมๆกับศิลปินชื่อ Daniel Ryn อดีตนักร้องนำจากวงอินดี้ Penny Time

I have the utmost respect for all the acts that we get to work with – both the very famous established ones and new ones – it’s always an honour to assist the creation of great music!

ผมเคารพทุกคนที่ผมเคยร่วมงานด้วย ทั้งศิลปินมีชื่อเสียงและศิลปินหน้าใหม่ รู้สึกเป็นเกียรติมาก ที่ได้ช่วยเหลือการสร้างสรรค์เพลงดี ๆ!

https://warnermusic.co.th/en/artist/pyra/

How can Thai music go global?
Is it necessary for Thai music producers/artists to go global?

วงการดนตรีไทยสามารถโด่งดังในระดับสากลได้มั้ย?
จำเป็นมากแค่ไหนที่ ศิลปิน/โปรดิวเซอร์ ชาวไทยต้องไปในระดับสากล?

It’s always a big buzz when something out of Thailand makes an impact outside of Thailand and, quite recently, Phum Viphurit managed to break out.

มักกลายเป็นเรื่องใหญ่เสมอเวลาอะไรจากประเทศไทยได้ไปโด่งดังในต่างประเทศและเมื่อเร็ว ๆ นี้ภูมิ วิภูริศ ได้ดังระดับสากล

Back in the day we had some success with Tata Young, too, who connected well in a few countries around the world including Japan and Germany. The most likely to break out right now is probably PYRA. She’s creating universally appealing, very “current sounding” music produced largely out of Los Angeles, and she’s doing some very effective and interesting collaborations with artists form all over the world – Indonesia, Japan, the UK, the USA etc.

สมัยก่อนเราได้ประสบความสำเร็จกับ ทาทา ยัง ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงในต่างประเทศโดยเฉพาะเยอรมันและญี่ปุ่น ตอนนี้คนที่ดูมีศักยภาพที่จะสามารถโด่งดังระดับสากลได้ผมคิดว่าน่าจะเป็น PYRA เธอกำลังสร้างสรรค์เพลงที่ใครๆก็เข้าถึงได้ เพลงที่ถูกสร้างสรรค์ส่วนใหญ่ถูกสร้างนอกพื้นที่แอลเอ และเธอมีศักยภาพและความสนใจที่จะทำงานร่วมกับศิลปินจากทั่วโลก เช่าอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น อังกฤษ และอเมริกา เป็นต้น

So this is likely to spawn a few amazing tracks, for sure! She is also sharing an incredible innovation in the fashion and make up world, which also has no barriers, and is being taken notice of in other countries already. Producers like Nino, and Artist/Producers like Da Boy Way are also making waves outside of Thailand and they certainly have the talent to break!

ผมตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่จะออกมามาก! นอกจากนั้นเธอยังเป็นผู้ทำเทรนด์ด้านแฟชั่นและการแต่งหน้า ในโลกของแฟชั่นนัั้นเป็นโลกที่ไร้ซึ่งพรมแดนกั้นซึ่งเธอเริ่มที่ได้รับการจับตามองจากสื่อต่างประเทศบ้างแล้ว โปรดิวเซอร์ เช่น Nino และศิลปิน/โปรดิวเซอร์อย่าง Da Boy Way นั้น…เริ่มเป็นกระแสไปนอกประเทศไทยแล้วเช่นกันและผมมั่นใจว่าพวกเค้ามีความสามารถที่จะดังในระดับสากสได้เช่นกัน!

We’re excited to play a role in making that happen whenever we can! There is never a dull day at Karma – and having the privilege to interact with the amazing Thai acts, writers and producers has been equally fun and stimulating as working with my colleagues in the UK and USA!

พวกเราตื่นเต้นมากๆที่จะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้! ที่สตูดิโอคาร์มาร์เราไม่เคยมีวันที่น่าเบื่อเลยและมันเป็นเกียรติอย่างมากจริงๆที่เราได้ทำงานร่วมกับศิลปินไทย นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ เช่นเดียวกับตอนที่ผมทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่อเมริกาและอังกฤษ!

“Long may this continuum….”

Downlaod All Audio …
Click : https://www.thecontinuum.cc/help/download/

Chris Craker, January 2021
Karma Studios, Bang Saray

www.karmaXmusic.com
www.chriscraker.co.uk
www.karmasoundstudios.com






other story

“ชีวิตมีฝัน” กับ สุรพล ล่อใจ

จากคนที่อ่านหนังสื่อไม่ได้ สู่การวาดการ์ตูนระดับตำนาน นักวาดการ์ตูนที่หลายคนต้องเคยสัมผัส กับ "ชีวิตมีฝัน" โดย สุรพล ล่อใจ

Explore

#EATLIKEANDY

ซุปกึ่งสำเร็จรูปที่รู้จักกันทั่วโลก บริโภคง่ายสบายปากแถมอิ่มท้อง กับการรีวิวทุกรสชาติที่ขายในไทย โดย The Continuum Team น้อยคนที่จะไม่รู้จักกับ "Campbells Soup"

Explore

Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping